สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
Welcome register| Login
Guest
View your appointment
 Library Training
 Librarian Appointment
 Alerts
 

Get Flash to see this player.

 
การหาสารสนเทศในห้องสมุด
แบบสำรวจความคิดเห็น || ผลโหวต
 
Quick Links
 
 
 
จำนวนผู้เยี่ยมชม

Free counter and web stats
webstats start at 16-03-2010

 
Home > Writing Report > เทคนิคการเขียนรายงานทางวิชาการ
เทคนิคการเขียนรายงานทางวิชาการ || โครงร่างการวิจัย || การอ้างอิงทางบรรณานุกรม || โปรแกรมจัดการทางบรรณานุกรม || คู่มือการเขียนวิทยานิพนธ์
 

เทคนิคการเขียนรายงานทางวิชาการ

1. กำหนดหัวข้อ

สมมุติว่าคุณสนใจทำวิจัยเรื่อง อาหารกับสุขภาพ เราจะต้องกำหนดหัวข้องานวิจัยขึ้นมาก่อน ซึ่งทำได้โดยการหาข้อมูลเบื้องต้นจากการค้นคว้าจากเอกสารต่างๆ เช่น บทความ ลองใช้ฐานข้อมูล ISIS OPAC หรือเริ่มต้นจากการค้นฐานข้อมูล CMUL OPAC โดยใช้หัวเรื่อง หรือคำสำคัญว่า อาหารเพื่อสุขภาพ

หากข้อมูลที่ค้นพบมีมากเกินไป อาจทำการการขยายการค้น หรือทำให้หัวข้อให้แคบลง  เพื่อให้หัวข้อมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น กำหนดหัวข้อเป็น การเลือกอาหารสุขภาพในผู้สูงวัย  และทำการค้นข้อมูลด้วยการใช้คำค้น อาหารเพื่อสุขภาพ และ ผู้สูงวัย ต่อจากนั้น ให้ตั้งคำถามในหัวข้อที่เราตั้งขึ้น เช่น    ผู้สูงวัยมีความใส่ใจเรื่องสุขภาพจริงหรือไม่  ผู้สูงวัยสนใจบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพประเภทใดมากที่สุด อะไรที่เป็นปัจจัยในการเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของผู้สูงวัย  การโฆษณามีผลต่อการเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพหรือไม่  เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อการกำหนดหัวข้อวิจัยที่ชัดเจนมากขึ้น

2. รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น

เมื่อกำหนดหัวข้อการวิจัยได้แล้ว ผู้วิจัยจะต้องทำการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องดังกล่าวให้ครอบคลุมประเด็นในหัวข้อที่กำหนด  โดยค้นคว้าจากเอกสารประเภทต่างๆ เพื่อสำรวจดูว่ามีหนังสือ ทรัพยากรสารนิเทศรายการใดบ้างที่จะใช้อ้างอิงการศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้ และการจะหาเอกสารดังกล่าวได้จากที่ใด  ผู้วิจัยจะต้องอ่านและจดบันทึกข้อความไว้ เพื่อนำไปเรียบเรียงเนื้อหาของรายงาน 

การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความหมาย

                ทรัพยากรสารนิเทศที่ให้ข้อมูลประเภทนี้ จะปรากฏในสิ่งพิมพ์ประเภท พจนานุกรม สารานุกรม เช่น ความหมายของคำว่า
                อาหารสุขภาพ  ผู้สูงวัย
    ตัวอย่างหนังสือ เช่น   Encyclopedia of Human Nutrition  (R 612.303 E56-Main)

การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถิติ

               
สารนิเทศที่ให้ข้อมูลประเภทนี้ ปรากฏในสิ่งพิมพ์ประเภท สมุดสถิติ  รายงานประจำปี เช่น จำนวนผู้สูงวัยในประเทศไทย 
               
อัตราการเติบโตของสินค้าเพื่อสุขภาพ  ตัวอย่างหนังสือ เช่น   สมุดสถิติที่สำคัญของประเทศไทย  (อ
315.93 143) 
               
สมุดรายปี หรือ
Annual Report  อัตราการจดทะเบียนบริษัทที่ผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ 

การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อที่กำหนด

               
เริ่มต้นจากการใช้ระบบสืบค้นรายการทรัพยากรสารนิเทศของห้องสมุด ซึ่งครอบคลุมเอกสารทั้งประเภทหนังสือ สื่อโสตทัศน์
                วารสาร หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วารสารอิเล็กทรอนิกส์ ฐานข้อมูลต่างๆ ทั้งที่ให้บริการของห้องสมุด และนอกห้องสมุด ที่อยู่ใน
                เครือข่ายความร่วมมือ  ตลอดจนแหล่งข้อมูลที่ให้เปล่า หากคุณไม่แน่ใจว่าได้ค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลครบถ้วนหรือไม่
                ลองปรึกษาบรรณารักษ์ เพื่อให้คำแนะนำแหล่งสืบค้น
ในการค้นหาทรัพยากรสารนิเทศจากระบบสืบค้นทรัพยากรสารนิเทศ
                ต้องอาศัยความเข้าใจและทักษะในเรื่องในการสืบค้นพอสมควร โดยเฉพาะคำที่ใช้แทนแนวความคิด หรือ
Concept ที่จะใช้เป็น
                คำสำคัญ หรือหัวเรื่อง เพื่อใช้ในการสืบค้น เช่น เรื่อง การขายบริการทางเพศ คำสำคัญหรือหัวเรื่องที่ใช้ค้น อาจใช้คำว่า
               โสเภณี การค้าประเวณี ธุรกิจบริการทางเพศ  อย่างไรก็ดี ผู้สืบค้นอาจไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก เนื่องจากในเบื้องต้น
                สามารถใช้ช่องทางค้นด้วยคำสำคัญ และดูหัวเรื่องในรายการที่ค้นพบเป็นแนวทางในการสืบค้นไปยังหัวเรื่องที่ใช้เป็นแบบแผน
                ต่อไป ประเด็นที่สำคัญอยู่ที่การทำความเข้าใจในระบบการสืบค้นข้อมูล

3. รู้จักระบบการสืบค้นของห้องสมุด

ระบบการสืบค้นข้อมูลของห้องสมุดในยุคที่จะมาถึง เทคโนโลยีจะช่วยให้การค้นข้อมูลเป็นไปได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม สามารถสืบค้นข้อมูลหลายแหล่งได้จากการสืบค้นเพียงครั้งเดียว เช่น เทคโนโลยี Web 2.0, Metadata เป็นต้น อย่างไรก็ดี ห้องสมุดทั้งหมดยังไม่สามารถปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ได้ทั้งหมด ด้วยปัจจัยในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จำกัด  ระบบที่ใช้ในปัจจุบัน มักเป็นระบบการค้นเฉพาะในแต่ละฐานข้อมูล ซึ่งมีการกำหนดวิธีการค้นที่อาจแตกต่างกัน ผู้สืบค้นจึงจำเป็นที่ทำความเข้าใจในระบบการสืบค้นเป็นเบื้องต้น

ช่องทางเลือกในการสืบค้น
        
                 ร
ะบบสืบค้นข้อมูลรายการทรัพยากรสารนิเทศในระบบห้องสมุดอัตโนมัติส่วนใหญ่ จะปรากฏช่องทางเลือกเพื่อการสืบค้น
                 หรือเรียกว่า การกำหนดเขตข้อมูลที่ต้องการให้คำค้นปรากฏ ดังนี้

                
ผู้แต่ง ใช้ช่องทางนี้เมื่อทราบชื่อผู้แต่ง หากเป็นชื่อคนไทย ให้พิมพ์ชื่อ นามสกุล ของผู้แต่ง โดยไม่ต้องระบุ
                 ยศ บรรดาศักดิ์ ตำแหน่งทางวิชาการใดๆ  เช่น  เกษม วัฒนชัย
,  คึกฤทธิ์  ปราโมช  เป็นต้น

                
หากผู้แต่งเป็นชาวต่างประเทศ ให้ใช้ชื่อสกุล ตามด้วยชื่อตัว เช่น Clinton, Bill Bernard, G. W.

               
ชื่อเรื่อง  ใช้ช่องทางนี้เมื่อทราบชื่อเรื่องที่ถูกต้องชัดเจน เช่น กระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการสปาใน
                อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
  หากใช้ชื่อเรื่องไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการเริ่มต้นชื่อเรื่อง  เช่น พิมพ์ว่า การตัดสินใจของผู้บริโภค
                ในการเลือกใช้บริการสปา
  จะทำให้ท่านไม่พบรายการสิ่งพิมพ์นี้จากช่องทางชื่อเรื่อง

               
หัวเรื่อง  ใช้ช่องทางนี้เมื่อต้องการตรวจสอบว่าห้องสมุดมีข้อมูลในหัวข้อเรื่องที่เราต้องการอยู่หรือไม่ เช่น พิมพ์คำว่า ธุรกิจสปา
                ในช่องทางหัวเรื่อง โดยทั่วไปเราจะใช้ช่องทางหัวเรื่องในการสืบค้นข้อมูลมากกว่าช่องทางอื่นๆ แต่ข้อจำกัดในการใช้หัวเรื่องก็มีอยู่
                เช่น การกำหนดคำที่ใช้แทนหัวเรื่องของห้องสมุด อาจไม่ตรงกับที่คิดไว้ ตัวอย่างเช่น คำว่า สปา ไม่ใช้เป็นหัวเรื่อง แต่ใช้คำว่า
                ธุรกิจสปา แทน ซึ่งการแก้ไขปัญหาในการใช้หัวเรื่องแล้วไม่พบรายการใดๆ ในเรื่องนั้นๆ ทางแก้ไขคือ เปลี่ยนหัวเรื่องไปยังหัวเรื่อง
                อื่นที่มีเนื้อหาเดียวกัน เช่น การนวด การรักษาด้วยน้ำ หรือใช้ช่องทางคำสำคัญในการค้นหาแทน และเราอาจใช้
หัวเรื่องในรายการ
                ที่ค้นได้นั้น เป็นแนวทางในการใช้เป็นหัวเรื่องในการค้นเอกสารรายการอื่นเพิ่มเติมต่อไป

               
คำสำคัญ  ใช้ช่องทางนี้เมื่อต้องการทราบว่าคำที่ใช้นั้น ปรากฏอยู่ที่เขตข้อมูลสำคัญๆ รายการใดบ้าง ส่วนใหญ่มักกำหนดคำสำคัญ
                ให้ที่เขตข้อมูลชื่อเรื่อง หัวเรื่อง ผู้แต่ง บทคัดย่อ  เอกสารฉบับเต็ม ในฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ผู้สืบค้นสามารถระบุ / เลือก
                ข้อมูลที่ต้องการให้คำที่ใช้ค้นไปปรากฏในแต่ละเขตข้อมูลได้  ข้อจำกัดของการใช้ช่องทางคำสำคัญโดยทั่วๆไปคือ ผลลัพธ์ของการ
                ค้นอาจปรากฏรายการมากกว่าปกติ ทำให้ต้องใช้เวลาในการเลือกได้

การทำความเข้าใจในการกำหนดคำค้น

               
การกำหนดคำค้นเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อการหาเอกสาร จึงขอกล่าวถึงการเทคนิคการกำหนดคำค้นเพื่อเป็นตัวอย่าง เช่นจากคำถาม
                ในหัวข้อที่ว่า การเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพของผู้สูงวัยมีปัจจัยมาจากภาวะสุขภาพหรือไม่  คำค้นที่อาจใช้แทนแนวคิด หรือ
Concept
                ของหัวข้อนี้ ได้แก่คำว่า สุขภาพ (health) อนามัย อาหาร(food)  ผู้สูงอายุ ผู้สูงวัย (aging) วัยผู้ใหญ่ วัยทอง  การบริโภค
                (
consume)  โภชนาการ (nutrition)

การเลือกคำค้น

              
ให้พิจารณาคำศัพท์ที่ใช้ หรือคำที่มีความหมายเดียวกันในเรื่องนั้นๆ เช่น ผู้สูงอายุ- คนชรา อาหารเพื่อสุขภาพ-โภชนบำบัด เป็นต้น

การใช้คำสั่งในการสืบค้น

              
กรณีที่ใช้คำสั่งในการสืบค้นนี้ มักเป็นการสืบค้นชนิดขั้นสูง หรือการค้นที่ซับซ้อน หรือที่เรียกว่า advanced search ซึ่งระบบสืบค้น
               ส่วนใหญ่จะออกแบบให้เพื่อการค้นที่ลุ่มลึกมากขึ้น โดยการใช้คำเชื่อม ที่เรียกวิธีค้นว่าบูลลีน (
Boolean Logic) ซึ่งมักพบในการค้น
               ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่ คำเชื่อมที่ใช้ มีดังนี้

              
AND - ใช้เพื่อจำกัดการค้นให้เรื่องที่ค้นได้แคบลง เช่น ผู้สูงอายุ AND การบริโภค การค้นด้วยการใช้คำเชื่อมนี้ หมายถึง ให้คำที่ระบุ
               ทั้งสองคำอยู่ในเอกสารเรื่องเดียวกัน

OR - ใช้เพื่อให้การค้นขยายขอบเขตมากขึ้น เช่น ผู้สูงอายุ OR คนชรา  หมายถึง ให้คำใดคำหนึ่งอยู่ในเอกสารเรื่องเดียวกัน

NOT - ใช้เพื่อขจัดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากผลการค้น  เช่น   Healthy food NOT Beverage  หรือ  ผู้สูงวัย NOT  โรค

*   - เครื่องหมายละท้ายคำ (Truncation) - เพื่อการค้นคำศัพท์ที่มีรากศัพท์เดียวกัน หรือ คำที่ลงท้ายต่างกัน ตัวอย่าง เช่น Nutri*  ระบบจะทำการดึงเอกสารที่มีคำขึ้นต้นด้วยคำค้นนั้นออกมาทั้งหมด ได้แก่ เอกสารที่มีคำว่า nutrition nutrient  

( ) - เครื่องหมายวงเล็บ (Parentheses)  ใช้สำหรับการจัดลำดับกลุ่มคำที่ใช้ในการค้น ตัวอย่างเช่น (old age or ..... ) and health หมายถึง เอกสารที่ค้นพบจะต้องมีคำ old age หรือ  ..... ปรากฏ และเอกสารทั้งหมดนั้นต้องมีคำว่า สุขภาพ อยู่ด้วย

"  " เครื่องหมายอัญประกาศ ใช้สำหรับกำหนดคำค้นให้อยู่ด้วยกัน เช่น "Jung Food"  ระบบจะต้องไปจับคำทั้งสองคำในเขตข้อมูลเดียวกัน ที่อยู่ด้วยกันออกมาเท่านั้น

4. ค้นหาวรรณกรรมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ

ในการค้นหาข้อมูล ผู้ทำวิจัยควรจะทำการสืบค้นข้อมูลในเรื่องที่ทำวิจัยให้ครอบคลุมและกว้างขวางมากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนของการทำวิจัย และการเสียเวลาทำงานวิจัยในประเด็นที่มีผู้ทำไว้แล้ว ในการหาข้อมูล ทำได้โดยเริ่มจากการค้นข้อมูลจากห้องสมุด ทั้งประเภทสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ฐานข้อมูลเฉพาะที่ห้องสมุดจัดทำขึ้น และจัดหามาให้บริการ โดยค้นหาข้อมูลจากทุกประเภท ได้แก่  หนังสือ  วารสาร หนังสือพิมพ์  ฯลฯ รายละเอียดให้ดูที่หัวข้อ การค้นหาวรรณกรรม

     การหาหนังสือในห้องสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

     ผู้ค้นคว้าควรศึกษาระบบการสืบค้นทรัพยากรสารนิเทศของสถาบันที่ตนสังกัด เช่น ระบบสืบค้นข้อมูลของสำนักหอสมุด 
     มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (
CMUP OPAC)  และ เมื่อได้รายการทางบรรณานุกรมแล้ว จึงนำไปหาทรัพยากรที่ชั้นให้บริการ

สำนักหอสมุดได้กำหนดและเรียงหมวดหมู่ของสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือด้วยระบบการจัดหมวดแบบทศนิยมของดิวอี้ หรือที่เรียกว่าระบบ DC แบ่งหนังสือ เป็น 10 หมวดใหญ่ ดังนี้

หมวด

เนื้อหา

หมวด

เนื้อหา

000

ทั่วไป เบ็ดเตล็ด คอมพิวเตอร์

100

ปรัชญา

200

ศาสนา

300

สังคมศาสตร์

400

ภาษาศาสตร์

500

วิทยาศาสตร์บริสุทธ์

600

วิทยาศาสตร์ประยุกต์

700

ศิลปกรรม นันทนาการ

800

วรรณกรรม

900

ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์

 

นอกจากการแบ่งหมวดหมู่เนื้อหาสิ่งพิมพ์แล้ว สำนักหอสมุด ยังแบ่งประเภทสิ่งพิมพ์และสื่อไม่ตีพิมพ์  จัดเก็บตัวเล่มในระบบชั้นเปิด ณ บริเวณต่างๆ ของอาคารห้องสมุด ดังนี้

ประเภทสิ่งพิมพ์

ลักษณะบ่งชี้ที่ป้ายเลขหมู่

ให้บริการที่

หนังสือทั่วไป   ภาษาไทย

ไม่มีอักษรย่อกำกับที่เหนือเลขหมู่ 
เช่น 025.11ส551 ก

ชั้น 1 อาคารเดิม
ฝั่งตะวันตก

หนังสือทั่วไปภาษาต่างประเทศ

ไม่มีอักษรย่อกำกับที่เหนือเลขหมู่ 
เช่น 025.11
C551 R

ชั้น 3  อาคารเดิม
ตะวันออก

หนังสืออ้างอิงภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ

มีอักษรย่อ    หรือ R กำกับ
เช่น อ 510 ค 45   หรือ
  R 510 S21

ชั้น 1 อาคารใหม่

สิ่งพิมพ์รัฐบาล

 มีตัวอักษรย่อ  ส.ร. กำกับอยู่เหนือเลขหมู่   เช่น 
ส.ร. 338.956 ช115
     หรือ  GP 612 L556 T

ชั้น 1 อาคารเดิม      
ฝั่งตะวันออก

วิทยานิพนธ์

มีอักษรย่อ ว หรือ ว/ภน กำกับอยู่เหนือเลขหมู่
เช่น  ว 572. 4  ม74ร

ชั้น 3 อาคารใหม่

สิ่งพิมพ์ภาคเหนือ

มีอักษรย่อ ภน  กำกับอยู่เหนือเลขหมู่
เช่น ภน 895.913 ม458ค

ชั้น 4  อาคารเดิม

มาตรฐานอุตสาหกรรม

มีอักษรย่อ มอก. กำกับอยู่เหนือเลขมาตรฐาน
เช่น มอก 1245-2549

ชั้น 1 อาคารเดิม     
ฝั่งตะวันออก

แฟ้มข้อมูลเฉพาะเรื่อง

มีหมายเลขแฟ้มกำกับ
เช่น ล.98.1
- Information File

ชั้น 1 อาคารเดิม     
ฝั่งตะวันออก

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

ไม่ปรากฏเลขหมู่ แต่ละมีข้อความลิงค์       electronic book 

ใช้บริการอ่านได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ห้อง Online Database ชั้น 2 อาคารใหม่ ฝั่งทิศใต้ หรือใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้เครือข่ายไร้สายของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สื่อโสตทัศน์

อักษรย่อประเภทของสื่อ เช่น CD DVD

ชั้น 3 อาคารใหม่

เนื่องจากทรัพยากรสารนิเทศในระบบการสืบค้นข้อมูลรายการทรัพยากรสารนิเทศของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วยทรัพยากรสารนิเทศจากห้องสมุดคณะ สถาบัน สำนัก รวม 22 แห่ง ดังนี้ก่อนนำเลขเรียกหนังสือไปหาเอกสารที่ชั้นหนังสือ  จะต้องดูว่า หนังสือนั้นอยู่ที่ห้องสมุดใด มีสถานภาพเช่นไร หากเอกสารต้องการอยู่ที่ห้องสมุดคณะใด  ท่านจะต้องไปยังห้องสมุดที่ระบุนั้นๆ (แต่หากท่านเป็นบุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักหอสมุด ได้จัดบริการนำส่งเอกสารจากห้องสมุดต่างๆ มาให้  ท่านสามารถระบุห้องสมุดที่ท่านสะดวกมากที่สุดจะมารับเอกสาร  สนใจดูรายละเอียดหรือรับบริการ ให้กรอกรายละเอียดได้ที่บริการนำส่งเอกสาร (Document Delivery)  ที่ URL http://library.cmu.ac.th/cmul_new/delivery.html )

5.  ประเมินเอกสารและการบันทึกข้อมูล

การประเมินเอกสารที่ค้นพบ และจะนำมาใช้ในการเขียนรายงานวิจัย ต้องอาศัยวิจารณญาณไม่น้อย ต้องมีการประเมินทั้งในแง่ความเป็นแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ (primary source) มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ  ความน่าเชื่อถืออาจพิจารณาจากประเภทของเอกสาร  เอกสารที่เป็น peer review จะเป็นเอกสารที่มีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง ด้วยมีผู้เชี่ยวชาญได้อ่านและให้ความคิดเห็นในเรื่องนั้นๆ หรืองานวิจัย ซึ่งความน่าเชื่อถือจะแตกต่างจากเอกสารประเภทแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ (secondary source) เช่น ข่าว  ตำรา  นอกจากนี้ การประเมินความน่าเชื่อถือ  อาจพิจารณาจากผู้แต่ง  ซึ่งอาจดูได้จากการเป็นบุคคลที่วงการวิชาการเรื่องนั้นๆให้ความเชื่อถือ  ซึ่งอาจดูจากค่าการอ้างอิง (citation index) แหล่งตีพิมพ์ เช่นวารสารที่มีค่า journal impact factor สูง หรือได้รับการตีพิมพ์ในฐานข้อมูลสากล  หรืออาจดูจากสถาบันที่ผู้แต่งสังกัด

6.   เรียบเรียงเนื้อหานำเสนองานวิจัย  

    ส่วนประกอบของรายงานการวิจัย

                รายงานการวิจัยประกอบด้วย 3 ส่วน คือ

  • 1. ส่วนต้นของรายงานการวิจัย ประกอบด้วย
  • 1.1 ปกนอก
  • 1.2 ปกใน (หน้าชื่อเรื่อง)
  • 1.3 หน้าอนุมัติ (กรณีเป็นงานวิจัยประเภทวิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือปริญญานิพนธ์)
  • 1.4 บทคัดย่อ
  • 1.5 คำนำ
  • 1.6 กิตติกรรมประกาศ
  • 1.7 สารบาญ
  • 1.8 สารบัญตาราง หรือ บัญชีตาราง
  • 1.9 สารบัญรูปภาพ หรือ บัญชีรูปภาพ
  • 2. ส่วนเนื้อหาของรายงานการวิจัย ประกอบด้วย
  • 2.1 บทนำ
  • 2.2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  • 2.3 วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า
  • 2.4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
  • 2.5 บทสรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
  • 3. ส่วนท้ายของรายงานการวิจัย ประกอบด้วย
  • 3.1 บรรณานุกรม
  • 3.2 ภาคผนวก
  • 3.3 อภิธานศัพท์ (ถ้ามี)
  • 3.4 ประวัติย่อผู้วิจัย

                การใช้ภาษาในการเขียนรายงาน

               
ภาษาที่ใช้ในการเขียนรายงานต้องใช้ภาษาที่เป็นทางการ ผู้เขียนต้องยึดหลักความถูกต้อง ชัดเจน กระชับ มีการลำดับความ
                ตามเหตุการณ์และเป็นไปตามหลักเหตุผลต่อเนื่อง และนำเสนอผลการศึกษาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เรื่องที่ศึกษามานั้นมีคุณค่า
                และทันต่อเวลา  และที่สำคัญ รายงานการวิจัยที่ทำขึ้นนั้น ต้องสามารถตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัย และข้อสมมุติฐานที่ตั้งไว้
                อย่างสมเหตุสมผล
นอกจากนี้ ผู้เขียนรายงานต้องระมัดระวังในเรื่องของการสะกด เครื่องหมาย การแบ่งวรรคตอน การจัดเรียง
                รูปประโยคที่ถูกต้อง หลักในการเขียน รายงาน สรุปได้ดังนี้

1. การใช้คำในภาษาไทย

  • ใช้คำในภาษาราชการ ไม่ใช้ภาษาพูด และให้เป็นคำภาษาไทยมากที่สุด
  • ใช้คำที่สามารถเข้าใจได้ง่าย
  • การอธิบายความต้องเลือกใช้คำที่มีความหมายสอดคล้องตรงกับความเป็นจริง
  • เลือกใช้คำที่มีความหมายชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิด
  • ไม่ใช้คำภาษาถิ่น คำผวน คำสแลง หากจำเป็นต้องใช้ต้องมีคำอธิบายกำกับ
  • หลีกเลี่ยงคำที่ไม่สื่อความหมาย
  • คำย่อต้องเขียนเป็นคำเต็ม
  • ไม่ใช้เครื่องหมายแทนคำพูด เช่นไม่ใช้เครื่องหมาย = ให้ใช้คำว่า เท่ากับ แทน
  • เมื่อต้องใช้ศัพท์ทางวิชาการ ควรเลือกใช้ศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตยสถาน

      2. การใช้คำในภาษาอังกฤษ

  • ถ้าเป็นคำที่ใช้กันแพร่หลายในภาษาไทยอยู่แล้ว ให้เขียนเป็นภาษาไทยโดยไม่ต้องมีคำภาษาอังกฤษกำกับ

  ถ้าเป็นคำใหม่ ศัพท์บัญญัติ ศัพท์วิชาการที่เขียนศัพท์ในการใช้ครั้งแรกให้

       กำกับคำภาษาอังกฤษไว้ในวงเล็บ และไม่ต้องกำกับอีกเมื่อใช้ครั้งต่อไป

            หากท่านต้องการหาหนังสือที่สามารถใช้เป็นคู่มือในการเขียนที่ถูกต้องนั้น สามารถศึกษาสืบค้นจากระบบการสืบค้นรายการทรัพยากรของหองสมุด โดยใช้คำต่อไปนี้ พิมพ์ลงในช่องทางหัวเรื่อง  ดังนี้

                        ภาษาไทย - - การใช้ภาษา

                        ภาษาไทย - - การเขียน

                        การเขียนรายงาน

English language -- Grammar -- Handbooks, manuals, etc

English language -- Rhetoric -- Handbooks, manuals, etc

Report writing

Research -- Methodology

 

รายชื่อหนังสือที่แนะนำต่อไปนี้ สามารถใช้เป็นคู่มือในการเขียนรายงานได้เป็นอย่างดี

เจริญ  เจษฎาวัลย์.  (2548).  วิธีเขียนรายงาน.  พิมพ์ครั้งที่ 8.  นนทบุรี: พอดี. (ห้องสมุดกลาง)

ปรีชา ช้างขวัญยืน, บรรณาธิการ.  (2550).  เทคนิคการเขียนและผลิตตำรา.  พิมพ์ครั้งที่ 4.  กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  (808.066 515 2550 -ห้องสมุดกลาง)

Cordasco, Francesco and Elliott S. M. Gatner.  (1974).   Research and Report Writing Totowa, N.J. : Littlefield Adams.  (808.02 C794R -ห้องสมุดกลาง)

      Weissbery, Robert.  (1990).  Writing up Research : experimental research report writing for students of English.       Englewood Cliffs, N. J. : Prentice-Hall Regents.  (808.042 W432W  - ห้องสมุดคณะมนุษยศาสตร์)

 

 
Chiang Mai University Library 239 Huay Kaew Road, Muang District, Chiang Mai 50200 THAILAND Tel. 6653-944531 Fax. 6653-222766
Copyright (c) 2008 Chiang Mai University Library. All right reserved