วิสัยทัศน์สำนักหอสมุด : เป็นศูนย์การเรียนรู้ (Learning Center) ระดับแนวหน้า ที่สนับสนุนการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความเป็นเลิศ (University of Excellence) Vision: Chiang Mai University Library is a leading learning center in support of the University of Excellence
 
สาระน่ารู้จากศูนย์สนเทศภาคเหนือ


ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์

           ขอแสดงความยินดีแก่ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์  เนื่องในโอกาสได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาภาษาและวรรณกรรมล้านนา)  จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และรางวัล ศิลปินแห่งชาติ ปี ๒๕๔๙ สาขาวรรณศิลป์ 

คลิกดูรายชื่อหนังสือ 

  ประวัติและผลงาน 

ปัจจุบันอายุ ๗๗ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๗๓ ณ ตำบลขี้เหล็กน้อย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ บิดาชื่อนายไชย พยอมยงค์ มารดาชื่อนางต่อม พยอมยงค์ อาชีพทำนา ภรรยาชื่อนางบุญยิ่ง พยอมยงค์ (สุขุมินท) มีบุตร ๒ คน

ประวัติการศึกษา
พ.ศ. ๒๔๘๕ - ๒๔๘๖ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔โรงเรียนขี้เหล็กน้อยประสาทศิลป์
พ.ศ. ๒๔๘๗ บวชเป็นสามเณร ณ วัดขี้เหล็กน้อย และเรียนนักธรรมตรีที่โรงเรียนนักธรรมวัดสันคะยอม
พ.ศ. ๒๔๘๘ เรียนนักธรรมสำนักวัดอินทราราม (ขี้เหล็กหลวง) สอบได้นักธรรมชั้นตรี ขณะเดียวกันได้เรียนเทศน์กัณฑ์มัทรีด้วย
พ.ศ. ๒๔๙๓ สอบได้เปรียญ ๓ ประโยค และนักธรรมชั้นเอก ได้รับคำสั่งให้เป็นครูนักธรรมชั้นโทและสอนบาลีชั้นมูล ๑ - ๒ และสอบวิชาครูมูลได้
พ.ศ. ๒๔๙๙ -  ๒๕๐๐ สอบได้เปรียญ ๔, ๕, ๖
พ.ศ. ๒๕๐๒ สอบได้วิชาครูประโยคประถม (พ.ป.) และสอบเทียบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแผนกอักษรศาสตร์
พ.ศ. ๒๕๐๙ สอบได้วิชาครูประโยคมัธยม (พ.ม)
พ.ศ. ๒๕๑๔ จบระดับปริญญาตรี สาขาศิลปศาสตร์บัณฑิต (ศศ.บ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๑๙ จบระดับปริญญาโท สาขาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (ภาษาและวรรณคดีไทย) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
พ.ศ. ๒๕๔๘ -๒๕๔๙ ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ภาษาและวรรณกรรมล้านนา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ประวัติการทำงาน
พ.ศ. ๒๕๐๕-๒๕๐๖ ได้ทำงานเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ และเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์คนเมืองรายวัน
พ.ศ. ๒๕๐๖-๒๕๐๗ เป็นอาจารย์พิเศษ สอนที่โรงเรียนปริยัติธรรม วัดพ้นอ้นอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๐๘ สอนที่โรงเรียนวัดวาลุการาม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นครูใหญ่ โรงเรียนวัดสุวรรณาวาส อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้โอนย้ายไปรับราชการในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๑๒ เป็นครู สอนที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นอาจารย์สอนที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. ๒๕๒๑ สอนคณะศึกษาศาสตร์ ในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์
พ.ศ. ๒๕๒๖ สอนคณะศึกษาศาสตร์ ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์
พ.ศ. ๒๕๓๑ สอนคณะศึกษาศาสตร์ ในตำแหน่งศาสตราจารย์
พ.ศ. ๒๕๓๕  ปัจจุบัน เป็นข้าราชการบำนาญ และได้รับพระราชทานเกียรติบัตร เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในหน่วยงานต่าง ๆ

ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่
พ.ศ. ๒๕๒๐ - ๒๕๒๕ -หนังสือประวัติวรรณคดีล้านนา
-หนังสือประเพณีสิบสองเดือนล้านนา
-คติคำสอนชาวล้านนา
- หนังสือวิถีชีวิตและค่านิยมของชาวล้านนา
-หนังสือเทียนส่องใจ ออกอากาศทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย
-หนังสือตำราเรียนภาษาล้านนาออกเผยแพร่แก่ผู้สนใจ และสถาบันต่าง ๆ ใช้เป็นแบบเรียน วิชาเลือกในหลักสูตร
-หนังสือพิธีกรรมล้านนา
-หนังสือโคลงพรหมทัต วรรณกรรมชั้นเยี่ยมของล้านนาไทยถอดความและเรียบเรียงโดย ศ.มณี พยอมยงค์ และ ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร และ ฯลฯ
-ได้เขียนตำราเรียนภาษาล้านนาไทย ออกเผยแพร่แก่ผู้สนใจสถาบันต่าง ๆ และโรงเรียนที่เปิดสอนระดับมัธยมปลายใช้เป็นแบบเรียนในหลักสูตรวิชาเลือก
พ.ศ. ๒๕๒๕ - ๒๕๓๐ ได้เผยแพร่รายการ วัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ออกอากาศทาง สถานีวิทยุ ส.ว.ท. เชียงใหม่ ว.ป.ถ. และ ม.ก.เชียงใหม่ ในรายการ ประโลมขวัญ,เทียนส่องใจ, พุทธประทีป ฯลฯ
พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๔๐ ได้ประพันธ์ร้อยกรอง เป็นฉันท์ลักษณ์ล้านนาสลับกับฉันทลักษณ์ภาคกลาง ชื่อ " คร่ำวร่ำ ๗๐๐ ปี เมืองเชียงใหม่ " เพื่อถวายเป็นราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสกาญจนาภิเษก ครองราชย์มาครบ ๕๐ ป
ี-ได้ประพันธ์บทร้อยกรองลงในหนังสือ " สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามยรมราชกุมารี  กวีศรีประชา"  ในหัวข้อ " ดั่งจันทวรรณโสมแสงส่องหล้า "
ซึ่งกรมศิลปากรจัดพิมพ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๔๐ พรรษา พุทธศักราช ๒๕๓๘
พ.ศ. ๒๕๓๐-ปัจจุบัน -ให้การฝึกอบรมการเทศน์มหาชาติทำนองล้านนาและการขับร้องและการขับร้องบายศรีสู่ขวัญ แก่พระภิกษุ สามเณร
- ทูลเกล้าฯ ถวาย บายศรีพระขวัญสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต พระบรมราชีนีนาถ ในวโรกาสพระชนมายุครบ ๕ รอบ พ.ศ. ๒๕๓๖
- งานกวีที่ได้สร้างสรรค์และเรียบเรียง ได้แก่ นิราศจารึก นิราศเวียงพร้าว นิราศเชียงดาว คร่าวพุทธประวัติ นิราศโตเกียว คำทูนพระขวัญ คำจารึกฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ ฯลฯ -งานวิจัยที่ได้สังเคราะห์ วิเคราะห์และ เรียบเรียง ได้แก่ มหาราช ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ การศึกษาเชิงวิเคราะห์โคลงอมรา, การศึกษาเชิงวิเคราะห์โคลงปทุมสังกา, วิเคราะห์วิถีชีวิต และคำนิยมชาวล้านนา, วิเคราะห์ประเพณี และค่านิยมการเกษตรของล้านนาไทย
-งานบันทึกเทปเสียง ที่เกี่ยวกับการขับร้องพื้นบ้านล้านนา ได้แก่ ล้านนาคดีโบราณพิธี บายศรีสู่ขวัญ, ล้านนาคดีโบราณพิธี ขึ้นครู ไหว้ครู โยงครู อ้อผญา, ล้านนาคดีโบราณพิธี ประเพณีปีใหม่เมือง, การขับลำนำและสาธิตการขับร้องแบบต่าง ๆ ของล้านนา

ผลงานสำคัญของศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์ คือ คำประพันธ์ที่เกี่ยวกับการเรียกขวัญ การบวงสรวงและงานทูลเกล้าฯ ถวายสิ่งของแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาทิ งานถวาย สลุงหลวง ในวโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก และถวาย สลุงกลวง ในวโรกาสพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์ จะเป็นผู้ประพันธ์คำทูนพระขวัญและกล่าวถวายด้วยตนเองด้วยความสามารถและคุณความดีที่ได้กระทำมา จึงได้พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามลำดับดังนี้
  เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย
  เบญจมาภรณ์ช้างเผือก
  จตุรเบญจมาภรณ์ช้างเผือก
  จตุราภรณ์มงกุฎไทย
  จตุรถาภรณ์ช้างเผือก
  ตริยาภรณ์มงกุฎไทย
  ตริยาภรณ์ช้างเผือก
  ทวิตรียาภรณ์มงกุฎไทย
  ทวิตรียาภรณ์ช้างเผือก
  ปถมาภรณ์มงกุฏไทย

รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ
 รางวัลที่ได้รับ
- รางวัลผู้มีผลงานดีเด่นทางกวี จากสถาบันศิลปะและวัฒนธรรมแห่งโลกในการประชุมสภากวีโลก ครั้งที่ ๑๐ ณ กรุงเทพมหานคร
- รางวัลพระเกี๊ยวทองคำ ในฐานะที่ได้สร้างเกียรติประวัติการทำนุบำรุงและส่งเสริมภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓
  เกียรติคุณที่ได้รับ
นักศึกษาเก่าดีเด่น คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑
บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางกวี จากสบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางกวี จากสถาบันศิลปะและวัฒนธรรมแห่งโลก เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๑
นักศึกษาเก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕
ได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขามนุษย์ศาสตร์ พุทธศักราช ๒๕๓๓ จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
ได้รับยกย่องเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นทางการอนุรักษ์ภาษาและวรรณกรรมล้านนา จากาจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้รับโล่เชิดชูเกียรติผู้ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีดีเด่น จากชมรมนักธุรกิจและโทรทัศน์เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖
ได้รับโล่พระราชทานเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประเภทปูชนียบุคคลผู้มีผลงานดีเด่น ด้านอนุรักษ์ทางภาษาและวรรณกรรมอย่างต่อเนื่อง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ ประเมินค่าผลงานของศาสตราจารย์เกียรติคุณมณี พยอมยงค์

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. มณี พยอมยงค์ เป็นกวีและนักปราชญ์แห่งล้านนาที่ได้รับยกย่องว่ามีความรู้ความสามารถหลากหลายในด้านศิลปวรรณกรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรมและวัฒนธรรม เป็นกวีผู้เชี่ยวชาญในการใช้ฉันทลักษณ์ทั้งของล้านนาและของไทยกลาง ผลงานประเภทคร่าวร่ำขนาดยาวคือ คร่าวพุทธประวัติ และ คร่าวร่ำ ๗๐๐ ปีเมืองเชียงใหม่ เป็นกวีนิพนธ์ร่วมสมัยของล้านนาที่มีคุณค่ายิ่งทั้งในด้านวรรณศิลป์ ด้านการสืบสานวัฒนธรรมทางวรรณศิลป์ของล้านนา ด้านวรรณคดีพระพุทธศาสนาและการสืบสานวัฒนธรรมล้านนาในสังคมไทยร่วมสมัย ผู้ประพันธ์มีความสามารถในการสรรคำ การใช้ภาพพจน์และโวหารกวีต่างๆและที่มีคุณค่ายิ่งคือการนำเสนอวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อและค่านิยมของล้านนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ผลงานของศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์มีอยู่เป็นจำนวนมาก อาจแบ่งได้เป็น ๔ ประเภท คือ ประเภทกวีนิพนธ์ทั้งลายลักษณ์และมุขปาฐะ ผลงานการปริวรรตวรรณคดีล้านนาจากต้นฉบับตัวเขียน ผลงานเขียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีของล้านนาและตำรารวมทั้งผลงานวิจัยทางวิชาการ

ผลงานด้านกวีนิพนธ์
ผลงานด้านกวีนิพนธ์มีอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ คร่าวซอพุทธประวัต โคลงนิราศโตเกียวโคลงนิราศจาริก โคลงนิราศเวียงพร้าว นิราศเชียงดาว คำทูนพระขวัญบายศรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ คร่าวร่ำ 700 ปี เมืองเชียงใหม่และคำจารึกฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณมณี พยอมยงค์มีความสามารถด้านคร่าวเป็นพิเศษและยังสามารถใช้ฉันทลักษณ์ประเภทโคลงชนิดต่างๆ เป็นผู้สืบสานและสร้างสรรค์วรรณกรรมล้านนาร่วมสมัยทั้งที่เป็นลายลักษณ์และมุขปาฐะ เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมในโอกาสสำคัญต่างๆ อาทิ พิธีสู่ขวัญ การทูนพระขวัญ งานถวายสลุงหลวง และการเทศน์ทำนองต่างๆ เป็นต้น
ผลงานกวีนิพนธ์เรื่องสำคัญที่ทรงคุณค่าทางวรรณศิลป์อย่างเด่นชัดคือ วรรณกรรมคร่าวร่ำ 700 ปี เมืองเชียงใหม่ เป็นวรรณกรรมคร่าวร่ำล้านนาร่วมสมัยเรื่องสำคัญ ด้านฉันทลักษณ์ประเภทคร่าวเล่าเรื่องคู่ขนานกับฉันลักษณ์ประเภทโคลง กาพย์ และร่าย เพื่อนำเสนอประวัติศาสตร์และโบราณคดีของเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน เนื้อหาแบ่งเป็น ๑๑ บท ผู้ประพันธ์สืบสานขนบการแต่งวรรณคดีพุทธศาสนาโดยเริ่มจากบทอาศิรวามและปฐมเหตุ ประวัติผู้ประพันธ์
ประวัติศาสตร์การสร้างเมืองเชียงใหม่จากตำนานโยนกนาคนคร สมัยลวจังกราช พญาลาวเม็ง พญาเม็งรายอันเป็นยุครุ่งเรืองของนพบุรีศรีนครพงค์เชียงใหม่ กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ทุกพระองค์จนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ การบูรณะปูชนียสถานในเชียงใหม่ เรื่องราวของครูบาศรีวิชัย ยุคสงครามโลกครั้งที่สองจนถึงเชียงใหม่สมัยเทคโนโลยี การขยายตัวของเมืองและสิ่งก่อสร้างแบบตะวันตกจนถึงการเฉลิมฉลองเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี
ลักษณะเด่นของวรรณกรรมเรื่องนี้อยู่ที่ผู้แต่งใช้กลวิธีเล่าเรื่องแบบคู่ขนานคือเล่าเรื่องด้วยคร่าวใช้สำนวนโวหารล้านนาแล้วเล่าด้วยโคลงสี่ โคลงสามและโคลงสองโดยใช้ภาษาไทยกลางเพื่อให้ผู้อ่านไม่เข้าใจภาษาล้านนาเข้าใจเป็นลักษณะเฉพาะที่ผู้ประพันธ์สร้างสรรค์ขึ้นทำให้มีคุณค่าทั้งต่อสังคมล้านนาและสังคมไทย ผู้ประพันธ์ยังสอดแทรกแนวคิดในโครงเรื่องย่อยเพื่อให้ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของชาวล้านนา นำเหตุการณ์ในอดีตมาเป็นอุทาหรณ์เพื่อแนะแนวทางการประพฤติปฎิบัติในชีวิตปัจจุบัน ส่วนคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ใช้สำนวนโวหารที่สื่อสุนทรียรสทั้งเสียงและความหมาย ไพเราะด้วยท่วงทำนองและคุณค่าทางวรรณศิลป์ เช่นตอนพรรณนาการสวรรคตของพญาเม็งราย ใช้คร่าวพรรณนาเหตุการณ์ที่ขุนนางและประชาชนร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า
๖๐๒. แสนสงสารภูบาล เลิศล้า ทรงเดชกล้าเรืองรณ
หลายเขตแคว้นแล่นมาน้อมตน สร้างแผ่นดินดล ล้านนาใหญ่กว้าง
โกลาหล ฝูงคนรอบข้าง ตกสะเกิ๊ด ครางคลั่งไคล้
๖๐๓. ท้าวขุนเสนา ไพร่ไทยใบไม้ ร้องร่ำไห้โรทา
นาง นาฏไท้ เรือนใหญ่เคหา กัลยาณ์ แวดล้อมอ้อมเข้า
มเหสี เทวีแห่งเจ้า แสนอาดูรเดาเดือดร้อน
เหตุการณ์ตอนเดียวกันแต่งเป็นโคลงสี่สุภาพและร่ายโคลงสี่สุภาพ
๑๒๖. มังรายสวรรคตเศร้า ทั้งเมือง
ใจไพร่ใจขุนเปลือง หม่นไหม้
พฤกษาหุบเหี่ยวเหลือง ไปทั่ว
เสียงคร่ำครวญโหยไห้ ทั่วท้องเวียงพิงค์
ร่าย
๑๒๗. อำมาตย์ทั้งหลายใจร้าว ปกป่าวกันทั่วเมือง
ทูลแจ้งเรื่องข่าวสวรรคต แด่ทรงยศไชยสงคราม
ดังไฟลามใจท้าว สั่นระร้าววรกาย?
ผู้ประพันธ์เล่าเรื่องราวพัฒนาการของเชียงใหม่ด้วยศรัทธาและความรักในถิ่นฐานล้านนาอันเป็นบ้านเกิด อาณาจักรแห่งนี้เคยรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมอย่างยิ่ง แม้จะล่มสลายไปตามกาลเวลาแต่สิ่งมีค่าทั้งมวลทั้งด้านภาษา อักษร วรรณกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรมและศิลปกรรมทั้งหลายยังคงสืบทอดมาสู่คนยุคปัจจุบัน วรรณกรรมเรื่องนี้จึงเป็นวรรณกรรมร่วมสมัยที่โยงใยอดีตกาลอันยาวไกลมาสู่ยุคโลกาภิวัตน์ และเทคโนโลยีอย่างผสมผสานกลมกลืน
๗๕๓. เชียง คำกล่าวนี้ คือเมือง
ใหม่ มุ่งความรุ่งเรือง ยิ่งแล้ว
เมือง เอกศิลป์ประเทือง ใจชื่น
งาม ภูมิภาคแผ้ว เด่นด้วยคนงาม
๗๕๔. เชียง เมืองแต่ก่อนกี้ เบาราณ
ใหม่ มากจิตรการ รุ่งหล้า
ถา ปนาสถาน ท่องเที่ยว
วร ลักษณ์เด่นฟ้า ยิ่งล้นธรณี
๗๕๕. เชียง นัคเรศนี้ ไพศาล
ใหม่ ด้วยศิลป์ตระการ ยิ่งล้น
เมือง คนใฝ่พบพาน มาแอ่ว
หลวง ใหญ่เป็นเมืองต้น แห่งล้านนาไทย
วรรณกรรมเรื่องนี้ยังให้คุณค่าทางสังคม ตามขนบของการแต่งคร่าว คร่าวประเภทร่ำบันทึกประวัติเหตุการณ์ มีลักษณะคล้ายจดหมายเหตุเป็นทำนอง เล่าเรื่องราวต่างๆ เนื้อเรื่องอาจเป็นการบันทึกเหตุการณ์สำคัญ บันทึกการปลูกสร้างสิ่งสำคัญ โบราณสถาน ความเชื่อของสังคมล้านนา เป็นต้น วรรณกรรมคร่าวร่ำ ๗๐๐ ปี เมืองเชียงใหม่ มีเนื้อหาที่ให้ความรู้ความเข้าใจวรรณกรรมล้านนาอย่างหลากหลาย ตลอดจนแสดงให้เห็นความเชื่อ ค่านิยม และวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมล้านนาตั้งแต่อดีตสืบทอดมาจนปัจจุบัน
ส่วนในเชิงสังคม ผู้แต่งมีแนวคิดในการนำเสนอในการเสนอภาพประวัติศาสตร์ล้านนาและวิถีชีวิตล้านนา คือ ด้านประวัติศาสตร์ ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ ผู้แต่งได้ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ล้านนาตั้งแต่ยุคก่อนการสร้างล้านนา ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของของสังคมล้านนาในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเมือง การสร้างโบราณสถาน และการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาในสังคมล้านนา
ด้านความเชื่อของชาวล้านนาที่ปรากฏสัมพันธ์กับวิถีชีวิต คือความเชื่อเรื่องขวัญ ฤกษ์ยาม ความฝัน กฎแห่งกรรมและความเชื่อในการสร้างเมืองต่างๆ ความเชื่อดังกล่าวยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ด้านประเพณี ที่กล่าวถึงในวรรณกรรมส่วนใหญ่เป็นประเพณีทีเกี่ยวข้องกับกษัตริย์ล้านนา ประเพณีการแต่งงานกล่าวถึงขั้นตอนการแต่งงานอย่างชัดเจนตั้งแต่การหาฤกษ์ยามจนกระทั่งการทำพิธี ประเพณีที่เกี่ยวกับการตาย ขั้นตอนการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงศพอย่างละเอียดแจ่มชัดนอกจากนี้ยังกล่าวถึงประเพณีการเคารพนับถือบรรพบุรษของชาวล้านนา คือประเพณีบวงสรวงเสาอินทขิล
ด้านค่านิยมที่ปรากฏมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตล้านนา ได้แก่ ค่านิยมความสนุกสนานบันเทิง เพราะชาวล้านนามักจัดมหรสพในงานมงคลและอวมงคล ค่านิยมด้านอาหาร ค่านิยมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต เช่นการสร้างวัด การสร้างเจดีย์ต่างๆ การต้อนรับแขก ค่านิยมด้านการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าชาวล้านนาให้ความสำคัญต่อการศึกษา
วรรณกรรมที่ดีเด่นอีกเรื่องหนึ่งคือ คร่าวพุทธประวัติ ประพันธ์ด้วยฉันทลักษณ์คร่าวของล้านนาจำนวน ๑๕๒๖ บท เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยที่พระพุทธเจ้าเป็นปฐมเนื่องในวโรกาสที่พระพุทธศาสนาดำรงมากึ่ง ๕๐๐๐ พระวสาและเพื่อสืบสานฉันทลักษณ์แบบล้านนาไทย เนื้อหาแบ่งเป็น ๑๓ บท เริ่มจากการไหว้พระรัตนตรัย กล่าวถึงผู้ประพันธ์ จุดมุ่งหมายในการประพันธ์ พุทธประวัติเริ่มจากประสูติจนถึงปรินิพพาน และจบลงด้วยปัจฉิโมวาท คร่าวพุทธประวัติเป็นวรรณกรรมพุทธศาสนาร่วมสมัยของล้านนาที่มีลักษณะดีเด่นในเชิงวรรณศิลป์ ทั้งกลวิธีการเล่าเรื่องและโวหารกวี ในการกล่าวถึงพุทธประวัติแต่ละตอนมีทั้งข้อมูลรายละเอียดและพรรณนาโวหารที่ให้ภาพพจน์และอารมณ์สะเทือนใจ เช่นตอนเจ้าชายสิทธัตถะจะเสด็จออกจากเมือง ทรงอาลัยอาวรณ์พระนางพิมพาและราหุลเยี่ยงมนุษย์ปุถุชนแต่ในที่สุดก็ทรงตัดสินพระทัยเพื่อพระโพธิญานอันจะช่วยมวลมนุษย์และสัตว์โลกให้พ้นสังสารวัฏ
๕๔๙. หนึ่งรักพิมพา คิดหาคะค้อย หนึ่งรักลูกหน้อยบุตตา
ใจหนึ่งใคร่ละ หนีไปไกลตา เป็นพระพุทธา ทรงธรรมโลกไหว้
จิใจลังเล เรรนร้อนไหม้ ตัดสินอันใดยากนัก?
๕๕๔. ดั่งภูเขาหลวง พันพวงอ่วงทับ หายใจบ่ได้เป็นคราว
ทุกข์พรากเมียรัก เพื่อนข้างกันหนาว ทุกข์ใจยืนยาว เหลือผาหนีบแหน้น
ความทุกข์ถั่วถม อารมณ์ขอดแข้น เหมือนหทัยเรียมจะม้าง
ตอนพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน มิเพียงแต่บรรดาพุทธสาวกที่โศกเศร้า ร่ำไห้ ธรรมชาติและมวลเทวดาต่างก็หวั่นไหวโศกสลด เป็นตอนที่ดีเด่นในเชิงวรรณศิลป์อีกตอนหนึ่ง
๑๔๙๘. ส่วนพระสัมมา เจ้าโคตมะ สุคตเอกอ้าทรงญาน
เข้าสู่ฌาณะ ทรงอรหันต์ เนวสัญญัง ม้วยมิดออกเข้า
ปัจฉิมยาม ไขตามไต่เต้า สายอรุณเรืองร่ามฟ้า
๑๔๙๙. น้ำหมอกเหมยฝน ตกลงวาดว้า ตามเฟยกิ่งหญ้าดินดอน
เหมือนแสงแห่งเพชร เรืองรองขาวผอน จิ้งหรีดแมงชอน กลับรังพอกเต้า
องค์พระสัตถา พุทธาท่านเจ้า มหาโคดมเรืองฤทธิ์
๑๕๐๐. เข้าสู่นิพพาน สังขารมอดมิด ดับจวนสิ้นวิญญาน์
สู่ธรรมธาตุ อันเป็นสุขา บ่คืนกลับมา โลกาแหล่งหล้า
เกิดโกลาหล ภายบนเมฆฟ้า เป็นอันธการ์มืดมิด
๑๕๐๑. แสงจันทรา ยำหวาเหือดฤทธิ์ บ่ไขส่องแจ้งแดนดิน
คงคาแม่น้ำ ห้วงกระแสสินธุ์ ตีคลื่นฟองภินท์ ปูปลาตื่นเต้น
กระเสือกกระสน ทารนล่นเหล้น ทังปลาอานนท์เดชนัก
๑๕๐๒. หวั่นไหวกายา ดินหนาคึกคัก ไหวหวั่นถ้วนสากล
เทพาเทพทิพย์ มืดมิดตัวตน ก็ผายดอกลง บูชาพระเจ้า
ดีดเป่าสีซอ สังคีตไต่เต้า มโหรีรมย์เครื่องทิพย์
( คร่าวพุทธประวัติ, หน้า ๒๑๙)
ตอนท้ายจบลงด้วยโคลงกระทู้สี่สุภาพ ๒ บทแสดงปณิธานกวีและตามด้วยปัจฉิโมวาทเป็นโคลงสี่สุภาพอีก ๓ บทเพื่อย้ำให้บุคคลตั้งอยู่ในความไม่ประมาทเพราะสังขารย่อมมีเสื่อมดับเป็นธรรมดาของโลก
ปัจฉิโมวาท
วยธัมมา สังขารา อัปปมาเทน สัมปาเทถะ
องค์พระสุคตเจ้า จอมไตร
จักเสด็จนิพพานไป อยู่แล้ว
ทรงห่วงหมู่ชนใน แหล่งโลก
จึ่งให้กระจกแก้ว ส่องแจ้งปัญญา
สังขารยามเกิดขึ้น เป็นคน สัตว์เฮย
แก่เจ็บตามผจญ บ่เว้น
เสื่อมสลายสกนธ์ กายแตก ไปแฮ
สิ้นเสื่อมสูญแตกเต้น ตกพื้นธรณี
จงมีสติตั้ง หัทยา
เพียรเพ่งพิจารณา ถี่ถ้วน
อย่ามีปมาทา ในจิต
ตรองไตร่ปัญญาล้วน ให้พ้นสงสาร
(คร่าวพุทธประวัติ)
คร่าวพุทธประวัติ เป็นผลงานประพันธ์ที่แสดงถึงความศรัทธาอย่าแรงกล้าในพระพุทธศาสนาของผู้ประพันธ์ มีความดีเด่นด้านโวหารกวีอันแสดงถึงความสามารถในการประพันธ์ของอาจารย์มณี พยอมยงค์อย่างเด่นชัด
อาจารย์มณี พยอมยงค์ยังมีผลงานด้านวรรณศิลป์ในลักษณะวรรณกรรมพิธีกรรมทั้งที่เป็นลายลักษณ์และมุขปาฐะ อาทิ ปันพร หรือคำให้พรของผู้อาวุโสเพื่อให้ผู้รับพรมีความสุขสวัสดี มีทั้งคำพรสำหรับใช้ทูลพระขวัญพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ชั้นสูง คำพรของพระภิกษุสงฆ์และผู้อาวุโสสำหรับให้พรบุคคลต่างๆในสถานภาพที่แตกต่างกัน คำประพันธ์เกี่ยวกับการเรียกขวัญ การบวงสรวงและงานทูนเกล้าฯถวายสิ่งของต่างๆในวโรกาสสำคัญ เช่น คำทูนพระขวัญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คำทูนพระขวัญสมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นต้น คำบายศรีสู่ขวัญท้าวไกรสอน พรมวิหานและท้าวหนูฮัก ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว
อาจารย์มณี พยอมยงค์ยังมีความสามารถในการแหล่และเทศน์มหาชาติ โดยเฉพาะกัณฑ์กุมาร กัณฑ์มัทรี กัณฑ์มหาราชและนครกัณฑ์ ได้รับยกย่องในวงการเทศน์ว่าเป็นพระนักเทศน์เสียง ด ีแห่งล้านนา มีความสามารถในการขับร้องในพิธีกรรม เช่น บายศรีสู่ขวัญ การโอกาสเวนทานและการบวงสรวงบูชา การทำขวัญนาคหรือเรียกขวัญลูกแก้ว

ผลงานด้านปริวรรต
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์ได้ปริวรรตเอกสารโบราณจากอักษรล้านนาเป็นอักษรไทยภาคกลาง เช่น โคลงพรหมทัต คร่าวพญาพรหมโวหาร โคลงอมรา โคลงสุภาษิต คร่าวอุทาหรณ์ ธรรมพิมพาพิลาป คัมภีร์ไต่ถ้อย ชนคำ คัมภีร์อวหารภายเค้า และคัมภีร์อาหารเบื้องปลาย ผลงานการปริวรรตที่ตีพิมพ์เผยแพร่ประกอบบทศึกษาและศัพทานุกรมเป็นการสืบสานวรรณคดีล้านนาให้สังคมร่วมสมัยสามารถเข้าใจและรับรู้คุณค่าของวรรณคดีโบราณเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

ผลงานด้านวิจัย
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์มีผลงานวิจัยด้านวรรณคดีล้านนาและคติชนวิทยา ได้แก่ การวิเคราะห์เปรียบเทียบมหาชาติภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ การศึกษาเชิงวิเคราะห์โคลงอมรา ศึกษาวิถีชีวิต และค่านิยมชาวล้านนาไทย เปรียบเทียบโคลงปทุมสังกา และการวิเคราะห์ค่านิยมทางพิธีกรรมของชาวล้านนาไทย และการวิเคราะห์ค่านิยมทางพิธีกรรมการเกษตรล้านนา งานวิจัยเหล่านี้ศึกษาวรรณคดีอย่างเป็นระบบ เป็นการสร้างองค์ความรู้ด้านวรรณคดีล้านนาและมรดกทางวัฒนธรรม เป็นที่อ้างอิงในวงวิชาการทั่วไป

ผลงานด้านตำราวิชาการ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์ มีผลงานตำราจำนวนมากที่ใช้เป็นแบบเรียนในสถาบันการศึกษาต่างๆและเป็นที่อ้างอิงทางวิชาการ ทั้งผลงานด้านอักษร ภาษา วรรณคดี ประเพณี พิธีกรรม ได้แก่ ตำราหนังสือเรียนหนังสือล้านนา ฉบับที่ ๑,๒ ประวัติและวรรณคดีล้านนา ประเพณีสิบสองเดือนล้านนาไทย เครื่องสักการะในล้านาไทย ปันพร ( ให้พร)และเทียนส่องใจ ( สุภาษิตล้านนา ) นอกจากนี้ยังมีพจนานุกรมได้แก่ พจนานุกรมล้านนาไทยและสารพจนานุกรมซึ่งเป็นผลงานรวบรวมค้นคว้าชิ้นสำคัญซึ่งช่วยให้ผู้สนใจศึกษาศิลปวรรณคดีและประวัติศาสตร์ใช้เป็นคู่มือในการศึกษาของนักศึกษาและนักวิชาการทั่วไป
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์ เป็นกวีและปราชญ์แห่งล้านนา ผู้สืบสานและสร้างสรรค์วรรณกรรมล้านนาร่วมสมัย ทั้งวรรณกรรมพุทธศาสนา วรรณกรรมประวัติศาสตร์ วรรณกรรมพิธีกรรม เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งวรรณกรรมลายลักษณ์และวรรณกรรมมุขปาฐะ ทั้งยังเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านวัฒนธรรมล้านนา ที่มีบทบาทในการชี้แนะสังคมเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมมาอย่างสม่ำเสมอ เป็นเวลากว่า ๕๐ ปี ด้วยผลงานอันหลากหลายและสืบเนื่อง

ปัจจุบัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์ พักอยู่บ้านเลขที่ ๒๕๔ ถนนโชตนา ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๑๘๐ โทร. (๐๕๓) ๒๙๗๑๒๑

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

 
   
   
 
       
       
       
จำนวนผู้เยี่ยมชม
นับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2550
1257327 คน
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗
 


สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
เว็บไซต์ศูนย์สนเทศภาคเหนือ โดย งานศูนย์สนเทศภาคเหนือ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงต้นฉบับ

ศูนย์สนเทศภาคเหนือ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทร.0-5394-4514, 0-5394-4517 :: email: ntic@lib.cmu.ac.th

Copyright 2007, Chiang Mai University Library. All rights reserved
:: best view at 1024 x 768 pixels ::