วิสัยทัศน์สำนักหอสมุด : เป็นศูนย์การเรียนรู้ (Learning Center) ระดับแนวหน้า ที่สนับสนุนการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความเป็นเลิศ (University of Excellence) Vision: Chiang Mai University Library is a leading learning center in support of the University of Excellence
 
สาระน่ารู้จากศูนย์สนเทศภาคเหนือ


เที่ยวอำเภอกัลยาณิวัฒนา อำเภอลำดับที่ 878 ของไทย

ความเป็นมาของอำเภอกัลยาณิวัฒนา

อำเภอกัลยาณิวัฒนา เป็นเขตการปกครองระดับอำเภอลำดับที่ 25 ของจังหวัดเชียงใหม่ และอันดับที่ 878 ของประเทศไทย จัดตั้งเมื่อ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552 มีที่ว่าการอำเภออยู่ที่ตำบลแจ่มหลวง วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีไทยเห็นว่าพื้นที่ตำบลบ้านจันทร์ ตำบลแม่แดด และตำบลแจ่มหลวง แห่งอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่การท่องเที่ยว มีเนื้อที่ 674.58 ตารางกิโลเมตร และประชากร 10,561 คน มีการจัดตั้งโครงการพระราชดำริหลายโครงการ มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าและภูเขาสูงชัน ทุรกันดาร การคมนาคมติดต่อเพื่อขอรับบริการต่าง ๆ จากหน่วยงานของรัฐ ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม เป็นไปด้วยความยากลำบาก การให้บริการของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาด้านความสงบเรียบร้อย เรื่องยาเสพติด และปัญหาด้านการลักลอบการตัดไม้ทำลายป่า ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของราษฎร 3 ตำบล ทั้ง ตำบล บ้านจันทร์ ตำบลแม่แดด และตำบลแจ่มหลวง ของอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดมา การร้องขอให้แยกเขตการปกครอง ตั้งเป็นอำเภอแห่งใหม่ของราษฎร 23 หมู่บ้าน จาก 3 ตำบล เพื่อให้การรับบริการต่างๆจากหน่วยงานภาครัฐ และการร่วมมือกันระหว่างอราษฎรกับภาครัฐในการแก้ปัญหาของพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดเชียงใหม่ ได้เสนอคณะรัฐมนตรีผ่านกระทรวงมหาดไทย โดยมีมติเห็นชอบตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 และวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่ออำเภอที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่นั้นตามที่กระทรวงมหาดไทยขอพระราชทาน ว่า "อำเภอกัลยาณิวัฒนา"

นอกจากจะเป็นอำเภอแห่งใหม่ ที่ส่งผลให้ราษฎรจาก 23 หมู่บ้าน 3 ตำบล สามารถรับบริการต่าง ๆ จากส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทั่วถึงและใกล้ชิดมากขึ้นแล้ว จังหวัดเชียงใหม่ได้ตั้งความหวัง ร่วมสร้าง “อำเภอกัลยาณิวัฒนา” ให้เป็นอำเภอในฝันของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีต้นทุนธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีป่าสน ต้นน้ำลำธาร และภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีโครงการตามพระราชดำริตั้งอยู่ในพื้นที่หลายโครงการ เช่น โครงการศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง ฯลฯ หากส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ย่อมส่งผลถึงรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของราษฎรในอำเภอกัลยาณิวัฒนาด้วย

แหล่งท่องเที่ยวอำเภอกัลยาณิวัฒนา

แหล่งท่องเที่ยว มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ 8 แห่ง ได้แก่
1) ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ นักท่องเที่ยวจำนวนประมาณ 570 คนต่อปี
2) สวนป่าหลวงวัดจันทร์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้วัดจันทร์ จำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 2,000 คนต่อปี
3) น้ำตกโป่งสะแยง จำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 215 คน ต่อปี
4) ดอยโป่งกา จำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 120 คนต่อปี
5) สถานีพัฒนาเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านเสาแดง
6) อุโบสถเก่าแก่วัดจันทร์(โบสถ์แว่นตา)
7) อ่างอนุรักษ์พันธุ์ปลาห้วยฮ่าง
8) หมู่บ้านแม่ตะละม้ง ต.แม่แดด (กลุ่มหัตถกรรมตีมีด)
- โรงแรม/รีสอรท์ จำนวน 2 แห่ง ขนาด 27 ห้อง (บ้านพักรับรองของโครงการหลวงวัดจันทร์ และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้วัดจันทร์)
พื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากราษฎรยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชนเผ่าไว้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งในพื้นที่ยังเป็นที่ตั้งของโครงการหลวงและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่
โครงการหลวงวัดจันทร์ อยู่กลางหุบเขาที่ห่างไกลที่สุดของโครงการหลวงก็ว่าได้ เส้นทางสายนี้ลาดยางไปได้เกือบครึ่ง คงเหลือเป็นทางลูกรังอีกไม่มากนัก แต่กระนั้นก็ตามเนื่องจากถนนขึ้นเขาคดเคี้ยวและสูงชัน ทำให้ใช้เวลาเดินทางจากทุ่งหลวงไปวัดจันทร์ ไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง (ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร) แต่ทิวทัศน์สองข้างทางสวยงามมาก หน้าแล้งรถทุกชนิดสามารถวิ่งผ่านได้ แต่หน้าฝนต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรืออย่างน้อยรถกระบะ น่าจะสะดวกกว่า ระหว่างเส้นทางไปวัดจันทร์ เราจะผ่านศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ ถ้ามาในช่วงฤดูฝนจะเห็นลูกผลับสุกเป็นสีส้มเต็มไปทั้งหุบเขา แต่ละบ้านกำลังเก็บลูกพลับคัดแยกขนาดและเกรด บรรจุถุงเตรียมไปส่งโครงการหลวง บางส่วนก็นำไปขายเองในเมืองกันเต็มไปหมด บริเวณนี้ถือเป็นแหล่งผลิตผลไม้เมืองหนาวจำพวก พลับ สาลี่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ทิวทิศน์สองข้างทางก็สวยงาม ถนนลัดเลาะไปตามสันเขา ที่เห็นแปลงปลูกพืชผักเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา สลับกับผืนป่าบริเวณยอดเขาที่อุดมสมบูรณ์ มาจนถึงบ้านบ่อแก้ว ถ้าไปทางขวาก็จะเข้าอำเภอสะเมิง ถ้าไปทางซ้ายก็จะไปบ้านวัดจันทร์ ที่ตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ถ้าถนนสายนี้เสร็จ นับเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่น่าเที่ยวมากที่สุดทีเดียว หลังจากใช้เวลาเดินทางอย่างสบายๆ จากทุ่งหลวงราว 3 ชั่วโมงครึ่ง เราก็มาถึงศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนสามใบอันงดงาม

ประชากรที่อยู่ในโครงการหลวงวัดจันทร์ ส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยง ปัจจุบันมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก ทุกบ้านมีแปลงปลุกพืชผักและผลไม้กันเต็มไปหมด ผลไม้ส่วนใหญ่เป็นพลับและสาลี่ พืชผักก็มักจะเป็นฟักทอง กะหล่ำปลีม่วง และที่กำลังทดลองและส่งเสริมคือ อาติโช๊ค ผักเศรษฐกิจชนิดใหม่ ที่กำลังให้ผลผลิตดีขึ้นเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวแทบทั้งหมดเมื่อมาถึงที่นี้ จะต้องมาพักค้างคืนที่บ้านจันทร์จันทร์ทั้งสิ้น เนื่องจากบรรยากาศที่สวยงามของป่าสน ที่ศูนย์วัดจันทร์มีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายหลัง และลานกลางเต็นท์ใต้ป่าสนอันกว้างขวาง สามารถรับนักท่องเที่ยวได้หลายร้อยคน นอกจากนี้ยังมีที่พักขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ที่ตกแต่งอย่างงดงามไม่แพ้รีสอร์ทหรูๆ ในเชียงใหม่ทีเดียว ถ้ามาถึงที่นี่ ขอแนะนำให้ไปชมการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวกระเหรี่ยงบ้านใหม่พัฒนา ที่อยู่ห่างจากศูนย์ประมาณ 3 กิโลเมตร การแสดงดังกล่าว ทางศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ได้สนับสนุนให้มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยงไว้ไม่ให้สูญหาย เวทีการแสดงทำง่ายๆ จากไม้ไผ่และหลังคามุงจาก นักท่องเที่ยวนั่งดูกับพื้นที่ปูเสื่อไว้ มีบริการน้ำดื่มจากกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ นั่งชมการแสดงความสามารถทางการเต้นรำ และร้องเพลงของบรรดาเด็กนักเรียนชาวกะเหรี่ยงในท่วงทำนองดนตรีที่ไพเราะลึกซึ้ง สัมพันธ์กับธรรมชาติ ก่อนที่จะกลับไปนอนนับดาวอย่างมีความสุข
จากวัดจันทร์มีเส้นทางต่อไปยังถนนสายแม่มาลัย-ปาย ระยะทางประมาณ 70 กว่ากิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันถนนกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและปรับปรุง คาดว่าอีกไม่กี่ปี เมื่อทางสายนี้เสร็จสมบูรณ์จะทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวในโครงการหลวงเส้นทางนี้สะดวกขึ้นมาก และเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวทุกคน จะประทับใจไปอีกนานทีเดียว
จากทางแยกถนนสายแม่มาลัย-ปาย เราสามารถจะเดินทางต่อไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนหรือกลับเชียงใหม่ก็ได้ ระหว่างเส้นทางไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหนก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
(มูลนิธิโครงการหลวง. ท่องเที่ยวในโครงการหลวง 36 ดอย 365 วัน. เชียงใหม่ : มูลนิธิโครงการหลวง, 2547 หน้า 17-19

การเดินทาง 
จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ถึงสามแยกบ้านแม่มาลัยเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1095 (แม่มาลัย-ปาย) ถึงสามแยกบ้านท่าปายเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1265 จนถึงบ้านวัดจันทร์ รวมระยะทางประมาณ 165 กิโลเมตร หรือเข้าทาง อำเภอแม่ริม ไปตามทางหลวงหมายเลข 1096 ผ่านอำเภอสะเมิง ผ่านบ้านบ่อแก้วไปยังศูนย์ฯ วันจัดจันทร์ ระยะทางประมาณ 147 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ทั้ง 2 เส้นทาง ถ้าไปช่วงหน้าฝนควรใช้รถโพร์วีลล์

ประเภทการท่องเที่ยว
1. ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ชมวิถีชีวิตของเผ่ากะเหรี่ยงที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ฯ 19 หมู่บ้าน บางกลุ่มนับถือพุทธศาสนา บางกลุ่มนับถือคริสต์ศาสนา และบางกลุ่มยังคงนับถือผีแบบดั้งเดิม ภายในหมู่บ้านจึงมีทั้งวัดพุทธ และโบสถ์คริสต์
- วัดจันทร์ เป็นวัดเก่าแก่ที่ครูบาศรีวิชัยได้มาปฏิสังขรณ์ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ พระเจดีย์ และโบสถ์ใส่แว่นตา
- ศูนย์ศิลปาชีพฯ บ้านวัดจันทร์ เป็นสถานที่ฝึกสอนและพัฒนาฝีมือให้สตรีกะเหรี่ยง ทั้งทอผ้าพื้นเมือง ย้อมสี ผ้ามัดหมี่ และผ้ายกดอก
- วัฒนธรรมการต้อนรับแขกด้วยการชงชารินลงในแก้วน้ำที่มีเกลือ
- พระธาตุโบราณ 3 องค์ อยู่ในวัด 1 องค์ บนดอย 1 องค์ และในหมู่บ้าน 1 องค์ ตั้งอยู่ในแนวเดียวกัน
- ชมการตำข้าวด้วยครกกระเดื่อง 

2. ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
- ภายในศูนย์ฯ ชมแปลงผลไม้เมืองหนาว เช่น บ๊วย พลับ สาลี่
- ฟาร์มห้วยงู เป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์ตัวอย่างของศูนย์ฯ เช่น กวาง แพะ แกะ วัว ไก่ดำ เป็ด ห่าน ไก่งวง หมู่ป่า และบ่อเลี้ยงปลา

3. ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
- จุดชมวิวทะเลหมอก ห่างจากศูนย์ฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณเนินเขาบนเส้นทางระหว่างหมู่บ้านเด่น อำเภอกัลยาณิวัฒนา กับบ้านห้วยตอง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะมีหมอกมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
- อ่างเก็บน้ำของกรมชลประทาน รอบๆ เป็นป่าสน เหมาะสำหรับมาพักผ่อนและตกปลา
- น้ำตกห้วยห้อม เป็นต้นน้ำของลำน้ำแม่แจ่มและแม่น้ำปาย
- ดอกไม้ป่าตามฤดูกาล ภายในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น เอื้องสายน้ำผึ้ง เอื้องแซะ เอื้องกิ่งคำ ในฤดูหนาว ดอกกระเจียวในฤดูฝน
- ดูนก ภายในศูนย์ฯ มีนกเป็ดผีเล็ก ในบริเวณป่าทั่วๆ ไป มีนกหัวขวานด่างแคระ นกตะขาบทุ่ง เป็นต้น
- เดินป่าศึกษาธรรมชาติ มี 2 เส้นทาง คือ บริเวณด้านหลังศูนย์ฯ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ลักษณะป่าเป็นสนสามใบ และเส้นทางบริเวณฟาร์มห้วยงู ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ลักษณะเป็นสนสองใบ

สถานที่พัก
- ที่พักในศูนย์
- มีบ้านพัก 4 หลัง พักได้หลังละ 10 คน มีเต็นท์และถุงนอนให้เช่า
- บ้านพักแบบโฮมสเตย์ ที่บ้านห้วยยาใน และบ้านใหม่พัฒนา

บริการพิเศษ
- มัคคุเทศก์ท้องถิ่น
- จัดทำกิจกรรมนันทนาการในช่วงค่ำคืน

สถานที่ติดต่อ
- ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ บ้านเด่น ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์ 053-216433 และ 053-215981

ที่มา :
1. ฉัตรแก้ว สิมารักษ์. (2545). แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่โครงการหลวง : คู่มือไกด์ท้องถิ่น. เชียงใหม่ : มูลนิธิโครงการหลวง.
2. ที่ทำการปกครองอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่
3. มูลนิธิโครงการหลวง. (2547). ท่องเที่ยวในโครงการหลวง 36 ดอย 365 วัน. เชียงใหม่ : มูลนิธิโครงการหลวง.

 

 


 

 
   
   
 
       
       
       
จำนวนผู้เยี่ยมชม
นับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2550
1671027 คน
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
 


สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
เว็บไซต์ศูนย์สนเทศภาคเหนือ โดย งานศูนย์สนเทศภาคเหนือ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงต้นฉบับ

ศูนย์สนเทศภาคเหนือ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทร.0-5394-4514, 0-5394-4517 :: email: ntic@lib.cmu.ac.th

Copyright 2007, Chiang Mai University Library. All rights reserved
:: best view at 1024 x 768 pixels ::