ลูกช้างชวนอ่าน
การช่วยผู้อื่นให้มีธรรมะ | Bel Canto | Lexus and the olive tree | The Magic of Thinking BIG: คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก | เจ้าชื่อทองกวาว-ขบวนถา ลงแขก | เรื่องของกำลังใจ...ไมใช่จักรยาน | Messages from Water สาส์นจากวารี
ชื่อหนังสือ การช่วยผู้อื่นให้มีธรรมะ
ชื่อผู้แต่ง พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ)
แนะนำโดย นายอนิรุทธ์ เยาวสุต
(นักศึกษาคณะสังคมศาสตร์ เยาวชนดีเด่นประจำปี 2547 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์)

การช่วยผู้อื่นให้มีธรรมะ / พระธรรมโกศาจารย์(พุทธทาสภิกขุ)
กรุงเทพฯ : มูลนิธิพระดุลยพากร สุวมัณฑ์ ฉลวย ทิพวรรณ ปัทมสถาน, 2547
มีให้บริการที่ห้องสมุด - คณะมนุษยศาสตร์
เลขเรียกหนังสือ - 294.344 พ4444กช

          แนวเนื้อหา/ความประทับใจ/ข้อคิดที่ได้รับจากการอ่าน
ท่านอาจารย์พุทธทาสได้ชี้ให้เห็นประโยชน์ของธรรมะ คือ ธรรมะจะช่วยให้โลกสมบูรณ์ โดยจะช่วยให้มีความเมตตาสามัคคี รักใคร่ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน มีความรู้ความเข้าใจและมีการกระทำเสมอกัน (ศีล สมาธิ ปัญญา) ซึ่งจะทำให้โลกนี้มีความสงบสุข สมบูรณ์ได้
          แต่อย่างไรก็ตามหากมีธรรมะแต่เพียงฝ่ายเดียวหรือคนเดียวก็ไม่อาจทำให้โลกนี้สมบูรณ์หรือเกิดความสงบสุขได้ ดังนั้นการช่วยเหลือผู้อื่นให้มีธรรมะนั้นเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะต้องทำให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และการให้ธรรมทานนี้ก็ถือว่าให้ผลสูงสุดกว่าทานทั้งหลาย เพราะธรรมทานสามารถทำให้ดับทุกข์ได้โดยสิ้นเชิง จึงให้ผลที่ละเอียด ลึกซึ้ง ประณีต ประเสริฐยิ่งกว่าการให้วัตถุทานหรืออภัยทาน
          ในส่วนของผู้อื่นที่เราต้องช่วยเหลือนั้น ท่านอาจารย์พุทธทาสได้ให้คำนิยามของคำว่า “ผู้อื่น” ไว้ทั้งหมด 5 ชุด คือ
          ชุดที่ 1 คนในครอบครัว เพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมโลก
          ชุดที่ 2 คนไม่มีปัญหา คนกำลังมีความทุกข์ และคนกำลังเป็นสุขสนุกสนาน
          ชุดที่ 3 คนอยู่ในฐานะที่ต่ำกว่า คนอยู่ในฐานะเสมอกันและคนอยู่ในฐานะสูงกว่า
          ชุดที่ 4 คนร่วมวัฒนธรรม คนต่างวัฒนธรรมและคนไม่มีวัฒนธรรมเลย
          ชุดที่ 5 คนโง่หัวดื้อ คนอยู่ในระดับกลางและคนมีสติปัญญาเป็นวิญญูชน
          และวิธีการที่ในการช่วยผู้อื่นให้มีธรรมะนั้น จะต้องอาศัยการทำให้เขาชอบธรรมะ เห็นประโยชน์ของธรรมะ ด้วยการชี้แจง พูดจา ชักจูงด้วยกายกรรม วจีกรรมและมโนกรรม หากเราสามารถทำให้มนุษย์ทุกคนมีธรรมะแล้ว ประโยชน์ที่เราจะได้รับเหลือที่จะกล่าวได้ เพราะอย่างน้อยก็เป็นการสนองพระพุทธประสงค์ ทรงประสงค์ให้เราช่วยกัน ให้โลกมีแสงสว่าง ให้แสงสว่างส่องเข้าไปในจิตใจของคนทุกคน และความสงบสุขของชีวิตทุกชีวิตทุกระดับ ให้ต้นไม้เป็นสุข ให้สัตว์เดรัจฉานเป็นสุข ให้มนุษย์เป็นสุข ให้เทวดาเป็นสุข ให้พรหมเป็นสุข เป็นต้น โลกก็จะเป็นโลกที่สมบูรณ์ มีความสงบสุขอย่างแท้จริงได้
ชื่อหนังสือ Bel Canto
ผู้แต่ง Anne Patchett
แนะนำโดย นางสาวธนพร ศิระธนาพันธ์
(นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม)

Bel Canto / Anne Patchett ฉบับแปล ชื่อ อุบัติรักข้ามขอบฟ้า
กรุงเทพฯ : แพรว, 2547
มีให้บริการที่ห้องสมุด - คณะมนุษยศาสตร์
เลขเรียกหนังสือ - น พ745บ
เนื้อหา/ความประทับใจ/ข้อคิดที่ได้รับจากการอ่าน
           Bel Canto
           “With the right soundtracks, with the sight singer singing the right music, all battle can become utopia”
           ---Los Angeles Time Book Review

           Bel Cantoเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ฉันชอบมากที่สุด เพราะฉันไม่เคยอ่านเรื่องราวที่ตึงเครียดในแง่ที่งดงามได้ขนาดนี้มาก่อน ด้วยภาษาที่ผู้เขียนใช้ รายละเอียดต่างๆที่สมจริง ความบังเอิญต่างๆ หรือเหตุการณ์ที่ที่เกิดขึ้น ทำให้หนังสือเล่มนี้สำหรับฉันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย และทำให้สะเทือนใจได้อย่างเหลือเกิน
           Bel Canto แต่งโดย Anne Patchett เป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ ในงานเลี้ยงวันเกิดของMr.Hosokawa นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ที่จัดในบ้านหรูของรองประธานาธิบดี มีนักร้องโอเปร่าชื่อดังระดับโลกชาวอเมริกันRoxanne Coss ได้รับเชิญให้มาร้องเพลงในงานเพื่อเป็นเกียรติแก่ Mr. Hosokawa ขณะที่แขกผู้เกียรติกำลังเพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงวันเกิดนั้น เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีกองกำลังติดอาวุธปิดล้อมบ้านแล้วจับกุมผู้คนที่อยู่ในบ้านไว้เป็นตัวประกัน เพื่อเจรจาต่อรองกับรัฐบาล
           เรื่องราวในเบื้องต้นคงทำให้ผู้อ่านคาดว่าจะเป็นเรื่องของการต่อสู้ ที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของผู้ก่อการร้ายต่อตัวประกัน แต่ผู้เขียนกลับค่อยๆเล่าถึงตัวละครแต่ละคนในเรื่อง เช่น Gen Watanabe ล่ามส่วนตัวของ Mr. Hosokawa ผู้มีระดับทางสังคมน้อยที่สุดในงานเลี้ยงแต่กลับมีความสำคัญที่สุดในฐานะล่าม คอยแปลภาษาต่างๆให้ทุกคนเข้าใจ หรือท่านรองประธานาธิบดี ที่รับหน้าที่ดูแลบ้านของตัวเองโดยถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบ ทั้งที่ตนไม่เคยทำงานบ้านเลย และยังมีตัวละครต่างๆที่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้แล้ว ทำให้ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ผู้อ่านเข้าใจความคิดของตัวละครในเรื่องว่ารู้สึกอย่างไร จนเกิดอารมณ์ร่วมไปกับเหตุการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี
           การจับกุมตัวประกัน 59 คนไว้นานกว่า 4 เดือน ทำให้ มิตรภาพระหว่างผู้ก่อการร้ายกับตัวประกันเริ่มงอกงามขึ้น เนื้อเรื่องซึ่งควรจะเป็นเรื่องที่เคร่งเครียด กลับอบอุ่นไปด้วยกลิ่นไอของความรัก ทั้งระหว่างตัวประกัน และตัวประกันกับผู้ก่อการร้าย อีกสิ่งที่สำคัญต่อการมีชีวิตอยู่ในแต่ละวันของทุกคนก็คือเสียงดนตรีจาก Roxanne Coss ที่เสมือนเป็นความงดงาม และเป็นความหวังให้กับทุกคน วันเวลาผ่านไป จนเมื่อโลกภายนอกเริ่มไม่มีใครสนใจเหตุการณ์จับกุมตัวประกันนี้อีกต่อไป รัฐบาลก็ตัดสินใจปิดฉากการจับกุมตัวประกันที่นำมาซึ่งจุดจบของเรื่องในที่สุด
           หากเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ based on true story ตามเหตุการณ์ที่เคยเกิดที่ประเทศหนึ่งมาก่อน ก็คงจะทำให้มุมมองของผู้อ่านต่อการเมืองเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย กลุ่มผู้ก่อการร้ายที่เปี่ยมไปด้วยมนุษยธรรมในเรื่อง เตือนให้เราเห็นความเป็นจริงในโลกปัจจุบันที่คนบางกลุ่มยังคงโดนกดขี่จากความอยุติธรรมทางสังคม จากรัฐบาล จากกลไกต่างๆในโลกระบอบทุนนิยม ไม่เคยได้รับความเห็นใจ ทั้งยังถูกกระทำและตอบโต้ด้วยความรุนแรง
           Bel Canto มีฉบับแปลเป็นภาษาไทยโดย จิตราภรณ์ วนัสพงศ์ ใช้ชื่อเรื่องว่า อุบัติรักข้ามขอบฟ้า
ชื่อหนังสือ Lexus and the olive tree
ผู้แต่ง Thomas L. Friedman
แนะนำโดย นายสุพัชชัย เภาวะนิต
(นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 การแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ที่ชุมชนนานาชาติ ปี 2547)
เนื้อหา/ความประทับใจ/ข้อคิดที่ได้รับจากการอ่าน
           หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดโลกาภิวัตน์ (globalization) ผู้เขียนได้เดินทางไปเก็บประสบการณ์ ความรู้ จากประเทศทั่วทุกมุมโลก เพื่อนำมาเรียบเรียง และสรุปให้เห็นถึงระบบที่โลกเราเป็นอยู่ทุกวันนี้ การที่ผู้แต่งใช้ชื่อหนังสือว่า “Lexus and the olive tree” เพราะต้องการสื่อถึงความขัดแย้งระหว่างกระแสโลกาภิวัตน์ และแนวคิดอันดั้งเดิมที่มีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ลักษณะสังคม ศาสนา ในเนื้อหาผู้เขียนได้ยกตัวอย่างว่า ในโลกปัจจุบันนี้ คน ๆ หนึ่งอาจจะไม่เข้าใจถึงข่าวสารต่าง ๆ หรือ ไม่ทราบว่าควรนำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนในด้านอะไร หรือแนวโน้มของสถานการณ์โลก ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ถ้าคน ๆ นั้นไม่เข้าใจถึงระบบการทำงานขอโลกใหม่ ที่มีในปัจจุบัน
           จากมุมของผม ผมเห็นว่าพวกเราในฐานะปัญญาชน ควรเรียนรู้ถึงระบบใหม่ทีมีขึ้นนี้เพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมือ เมื่อเผชิญกับมัน ถึงแม้สิ่งที่ผู้เขียนเขียนในหนังสือ อาจจะไม่ตรงตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ได้ทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกของเรา
ชื่อหนังสือ The Magic of Thinking BIG: คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก
ชื่อผู้แต่ง: David J. Schwartz
เรียบเรียงโดย: ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
แนะนำโดย นายไพรัช พิบูลย์รุ่งโรจน์
(นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ผู้ได้รับเลือกเข้าโครงการส่งเสริมผู้ที่มีความสามารถพิเศษ ให้มีวิสัยทัศน์ของ สกอ.)

คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก/ เรียบเรียงโดย นิเวศน์ เหมวชิราวรากร
กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2545
มีให้บริการที่- ห้องสมุดกลาง, มนุษยศาสตร์
เลขเรียกหนังสือ - 158 ช 172 ค2545
เนื้อหา/ความประทับใจ/ข้อคิดที่ได้รับจากการอ่าน
           หนังสือ “The Magic of Thinking BIG: คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก” เป็นหนังสือด้านการพัฒนาตนเอง โดยกล่าวถึงความสำคัญของ “การคิดใหญ่” ว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างสูงในการผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จในชีวิตและการงาน โดยเป็นวิธีการที่เราจะจัดการกับทัศนคติแบบเดิมๆ ที่คอยฉุดรั้งตัวเราไม่ให้พัฒนา รวมถึงการจัดการความคิดอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ ตลอดจนพัฒนาความคิดอย่างเป็นผู้นำ และการจัดการความคิดในภาวะฉุกเฉิน อาจกล่าวได้ว่าเนื้อหามุ่งให้ผู้อ่านมองโลกในแง่บวกมากขึ้น และขจัดความคิดในแง่ลบที่เคยอยู่ในสมองของเราออกไป ดังคำบรรยายหนังสือที่ว่า “เทคนิคการคิดที่จะให้คุณประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาด”
           ความประทับใจ และข้อคิดที่ได้จากการอ่าน:
           ผมได้ซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านสมัยที่เป็นลูกช้างชั้นปีที่ 1 คณะเศรษฐศาสตร์ มอชอ แห่งนี้ จากคำแนะนำของรุ่นพี่คนหนึ่ง ประกอบกับยอดพิมพ์กว่า แสนเล่ม ณ เวลานั้น(นับจากพิมพ์ครั้งที่ 43 มาแล้ว) ซึ่งย่อมแสดงว่าหนังสือเล่มนี้ต้องประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ และในครั้งนี้ผมได้รับโอกาสจาก สำนักหอสมุด มช. ในโครงการลูกช้างชวนอ่าน อาจารย์ชวนเชิญ จึงขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้กับ ลูกช้างทุกๆ คน รวมถึงผู้ที่มีความสนใจทุกท่าน
           อาจกล่าวได้ว่าหนังสือเล่มนี้มีส่วนผลักดันให้ผมมีพลัง และความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จของชีวิตตามที่ต้องการ และเนื่องจากความที่เป็นคนที่ไม่ค่อยมีความขยันมากสักเท่าใดนัก จึงต้องค้นหาแรงจูงใจทั้งในการเรียน ทำกิจกรรม และใช้ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรั้วสีม่วงดอกรักแห่งนี้ และหนังสือเล่มนี้ก็ช่วยให้ผมลบความความไม่มั่นใจในตัวเองออกไปได้ส่วนหนึ่ง และผลักดันให้ผมเองมีความมุ่งมั่นอยู่เสมอ
           อาจกล่าวได้ว่า สิ่งต่างๆ ที่ผมได้รับตลอดการเรียนที่ คณะเศรษฐศาสตร์ และการทำงานที่สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แห่งนี้ มิได้เป็นเพราะโชคชะตาเพียงแต่อย่างเดียว ทว่าการคิดใหญ่(Thinking Big) ความมุ่งมั่นและตั้งใจในเป้าหมายที่เราวางเอาไว้นี้เองที่เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะผลักดันให้เราเดิมตามความฝันในชีวิตของเราได้ และหนังสือ “The Magic of Thinking BIG” ก็จะสามารถช่วยให้ สิ่งที่เราฝันนั้นเป็นความจริง
ชื่อหนังสือ เจ้าชื่อทองกวาว-ขบวนถา ลงแขก
ผู้แต่ง หลายคนเขียน
แนะนำโดย นายอรรคพล สาตุ้ม
(นักศึกษาบัณฑิต ที่มีสถิติการยืมสูงสุด)

เจ้าชื่อทองกวาว
มปท. มปพ, 2513
มีให้บริการที่ - ห้องสมุดกลาง
เลขเรียกหนังสือ - น จ512

เนื้อหา/ความประทับใจ/ข้อคิดที่ได้รับจากการอ่าน
           ถ้าถามหาถึงช่วงแสวงหาของคนหนุ่มสาวนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว มีนวนิยายหลายเล่มเหมือนกัน แต่ว่าช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หนังสือเล่มนี้ได้พิมพ์ออกปี พ.ศ. 2516 ก็ได้ตั้งคำถาม เช่น ชีวิตคืออะไร
           ในแต่ละยุคมักมีคำถามต้องการค้นหาความหมายเกี่ยวกับชีวิต หนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ได้สะท้อนภาพการทำกิจกรรมของนักศึกษา จากคำนำของอาจารย์นิธิ กับบรรณาธิการของเล่มอันทำให้เห็นภาพฉากชีวิตอ่อนไหว เหงา เศร้าสร้อย ผลิตหนังสือเล่มนี้
           พลังของอุดมคติคนหนุ่มที่มีที่ปรึกษาอาจารเอมอร เป็นต้นนั้นสะท้อนความสัมพันธ์ลูกศิษย์กับอาจารย์ด้วย และอย่างเรื่องสั้น “พันธนาการ” ผู้เขียนเกี่ยวกับความรัก เพื่อน ชีวิต และการเดินทาง ก็คงได้แต่หวังว่าความรู้สึกจากการอ่านจะก่อเกิดจินตนาการแก่เรา
           อย่างไรก็ดีตัวผมก็ได้ควารู้ผ่านการรับรู้ช่วงเวลานั้นมาจากประสบการณ์เป็นนักศึกษา เมื่อคนแต่ละคนมีชีวิตกับการศึกษา เรียนจบไป แยกย้ายทำงานคนละทิศคนละทางตามเส้นทางตนเอง บางครั้ง คนบางคนได้จากเราไปพร้อมกับชีวิตของเขาหรือทิ้งฝันกับอุดมคติฝากไว้ ก็เหมือนที่ผู้เขียนหลายคนในหนังสือทองกวาวได้ถ่ายทอดประสบการณ์เอาไว้ ในเรื่องสั้นดุจดั่งว่าตัวผมต้องเพ่งค้นหาภายในของอดีตส่วนตนเพื่อทำการวิเคราะห์ความทรงจำไม่ว่าตำราเรียน หนังสือ เพื่อนที่จริงใจช่วยให้เราวิเคราะห์อดีตกับชีวิตร่วมสมัยเราเองกับสังคม ชีวิตนั้นไม่ใช่เดินตามตำราเป็นสูตรสำเร็จ
ชื่อหนังสือ เรื่องของกำลังใจ...ไมใช่จักรยาน
ผู้แต่ง แลนซ์ อาร์มสตรอง และแซลลี เจนกินส์
แนะนำโดย นายสุนทร คำยอด
(นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ 1 ใน 3 ของนักศึกษาปริญญาตรี ที่มีสถิติการยืมสูงสุด)

เรื่องของกำลังใจ…ไม่ใช่จักรยาน
กรุงเทพฯ : เพิร์ล พับลิชชิ่ง, 2545
มีให้บริการที่ - ห้องสมุดกลาง, มนุษยศาสตร์
เลขเรียกหนังสือ - 796.62 อ276ร
เนื้อหา/ความประทับใจ/ข้อคิดที่ได้รับจากการอ่าน
           หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้กับโรคร้ายของนักปั่นจักรยานผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลก ซึ่งเรื่องเล่าจากชีวิตจริงของแลนซ์ อาร์มสตรอง นักกีฬาผู้ใช้ความความซ่า บ้าบิ่น และ มุมานะ พลิกผันชีวิตจากความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น และต้องตกเป็นเหยื่อของมะเร็งร้ายให้กลับมามีชีวิตที่ผาสุก และกลายเป็นยอดนักกีฬาที่มีสุขภาพแกร่ง เรื่องเล่าที่อาร์มสตรองถ่ายทอดไว้มิเพียงบอกเล่าพิษสงของโรคมะเร็งเท่านั้น แต่เขายังบอกเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่ ระหว่างเขากับจักรยาน และคนรอบข้าง แลนซ์ อาร์มสตรอง ได้ค้นพบแก่นแท้ของ “การให้” ที่เขาได้สัมผัสจากคนรอบข้างจากโรคร้ายที่เขาประสบอยู่
           งานเขียนชิ้นนี้ สามารถ แรงบันดาลใจและความเพลิดเพลินให้แก่ผู้อ่าน อีกทั้งสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยโรคมะร็งที่ต้องการกำลังใจอย่างยิ่งยวด และแนวทางในการดำเนินชีวิต หนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเหมือนกำลังใจที่แลนซ์ อาร์มสตรอง ได้มอบแก่ทุกคน เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยความหวัง เขาพยายามแสดงให้ทุกคนเห็นว่าทุก ๆ สิ่งย่อมเป็นจริงได้ด้วยพลังใจอันเข้มแข็ง
ชื่อหนังสือ Messages from Water สาส์นจากวารี
ผู้แต่ง มาซารุ เอะโมโตะ
แปลโดย ศศิธร-ศศิวิมล รัชนี
แนะนำโดย นางสาวตฤณ อุตสาหฉันท์
(นักศึกษาคณะสัตวแพทยศาสตร์์ 1 ใน 3 ของนักศึกษาปริญญาตรี ที่มีสถิติการยืมสูงสุด)

Messsage from Water = สาสน์จากวารี / แปลโดย ศศิธร รัชนี
กรุงเทพฯ : สวนเงินมีนา 2548
มีให้บริการที่ห้องสมุด - คณะมนุษยศาสตร์
เลขเรียกหนังสือ - 333.91 อ586ส
เนื้อหา/ความประทับใจ/ข้อคิดที่ได้รับจากการอ่าน
           เมื่อไม่นานมานี้บริษัท สวนเงินมีมา จำกัด ได้ถือโอกาสเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ที่น่าสนใจ คือ Messages from Water สาส์นจากวารี และได้จัดเสวนาเรื่อง "น้ำเพื่อชีวิต เพื่อสังคม" ในวันที่ ๒๖-๒๗ มีนาคม ๒๕๔๘ พบกับดร. มาซารุ เอะโมโตะ (Dr. Masaru Emoto) ผู้เขียนหนังสือ Messages from Water(สาส์นจากวารี ) , นพ.ประสาน ต่างใจ, ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.อาจอง ชุมสาย , ดร.ไมตรี สุทธิจิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผศ.ดร.ไชยวัฒน์ ไชยสุต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
           "... จากผลงานวิจัยของ ดร.มาซารุ เอะโมโตะ (Dr.Masaru Emoto) ที่โด่งดังไปทั่วโลกและทำให้คนสนใจเรื่องคุณภาพของน้ำมากขึ้น เมื่อพบว่า รูปผลึกน้ำมีความสวยงามและหลากหลายตามสภาวะสิ่งแวดล้อม ภาพของผลึกน้ำแสดงถึง "ใบหน้าต่างๆ ของน้ำ" และผลึกน้ำพยายามที่จะ "ทำตัวให้มีรูปร่างงดงาม" เพียงแค่พูดคำว่า "ขอบคุณ" แล "ไอ้โง่" ภาพของผลึกน้ำก็แตกต่างกันแล้ว ..."(จาก website: URLhttp://board.narak.com/topic.php?No=36607)
           ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใช้พิสูจน์ความจริงมากมาย เกิดขึ้นเนื่องด้วยคำถามของมนุษย์ที่มีต่อชีวิตและธรรมชาติรอบตัว เพื่อให้เข้าใจและเห็นอย่างชัดเจนในความจริง สามารถใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ให้อยู่รอดและนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาชีวิตพร้อมอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆอย่างมากมาย
           น้ำเป็นสิ่งหนึ่ง..ที่มีความผูกสัมพันธ์กับมนุษย์มาเป็นเวลาช้านาน จนสามรถพูดได้ว่า มนุษย์และสรรพสิ่งบนโลกนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยถ้าไม่มีน้ำ..เป็นปัจจัยสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลกใบนี้ น้ำเป็นฐานสำคัญและเป็นสิ่งจำเป็นของชีวิต “70 เปอร์เซ็นต์ บนผิวโลกถูกปกคลุมไปด้วยน้ำ เช่นกันกับมนุษย์ที่โตเต็มวัย มีปริมาณน้ำในร่างกาย 70 เปอร์เซ็นต์”
           การวิจัยเรื่องน้ำจึงเกิดขึ้น และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต...แล้วน้ำมีความหมายใดต่อร่างกายมนุษย์???
           จากตำราทางวิทยาศาสตร์ น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งทำหน้าที่ไหลเวียน หล่อเลี้ยง แทรกซึม นำสารอาหารต่างๆไปยัง ทุกอณูของร่างกาย
           เมื่อเราศึกษาถึงธาตุที่เป็นองค์ประกอบของน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำจากที่ไหน ทุกแหล่ง มีธาตุที่เป็นองค์ประกอบคือ H2O เราจึงไม่เห็นความแตกต่างของน้ำ..แต่น้ำแต่ละชนิด แต่ละแหล่ง มีข้อมูลที่แตกต่างกัน
           ในหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “The Day that Lightning Chased the Housewife (Edited by Julia Leigh and David Savold, Shobun-sha Publisher)” มีคำถามประมาณ 50 ข้อ ในจำนวนนั้นมีข้อหนึ่งที่ถามว่า “มีผลึกหิมะที่มีรูปร่างเหมือนกันหรือไม่” คำตอบก็คือ หิมะตกลงมาบนพื้นโลกนี้นับเป็นล้านๆปีแล้ว และผลึกแต่ละชิ้นก็มีรูปร่างต่างๆกันเสมอ นี่คือจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ และสุดประหลาดใจเมื่อพบว่าน้ำมีผลึกที่หลากหลาย ตามสภาวะแวดล้อม
           หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้น เพื่อเปิดเผยโฉมหน้าที่ลึกลับและความยิ่งใหญ่ของน้ำ เป็นการเสนอความคิดใหม่ๆ ในด้านการศึกษาเรื่องน้ำ ที่มีส่วนสัมพันธ์กับชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย์..และอะไรเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรจะกระทำ
คณะกรรมการฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมการอ่านงาน CMU Book Fair ครั้งที่ 12 ขอขอบพระคุณคณาจารย์ บุคลากรมช. และนักศึกษามช. ทุกท่านที่ให้ความกรุณาแนะนำหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์น่าสนใจไว้ ณ ที่นี้
เรียนเชิญนักอ่านทุกท่านมีส่วนร่วมแสดงความเห็น แนะนำหนังสือที่ท่านชื่นชอบผ่านช่องทาง กระดานข่าว